Sunday, September 27, 2020

ลักษณะของหน้าที่และความรับผิดชอบของครู


ลักษณะของหน้าที่และความรับผิดชอบของครู

หน้าที่ความรับผิดชอบของครูมี 2 ลักษณะดังนี้

1.หน้าที่และความรับผิดชอบของครูในเชิงระเบียนปฏิบัติหรือกฎหมายกำหนด

หน้าที่ความรับผอดชอบของครูในเชิงระเบียนปฏิบัติอาจพิจารณาได้จากระเบียนปฏิบัติทางราชการต่างๆ ที่กำหนดขึ้นและได้ประกาศใช้โดยหน่วยงานของราชการของรัฐ เช่น ระเบียนคุรุสภาว่าด้วย จรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539 ประกาศจรรยาบรรณครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ หรือระเบียนคุรุสภาว่าด้วยวินัยและการรักษาวินัยต่างๆ

หน้าที่และความรับผิดชอบของครูในเชิงระเบียนปฏิบัติต่อบุคคลต่างๆ ที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องสัมพันธ์ด้วยนั้น อาจแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ หน้าที่ความรับผิดชอบของครูต่อศิษย์ ต่อสถาบันวิชาชีพครูอันได้แก่ เพื่อนครูและสถานศึกษา และหน้าที่ความรับผิดชอบของครูต่อสังคมอันได้แก้ ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน หน้าที่ความรับผิดชอบของครูในเชิงระเบียนปฏิบัติหรือกฎหมายกำหนดมีดังนี้


1.1 หน้าที่และความรับผิดชอบของครูต่อศิษย์เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญเป็นอันดับแรก อาจสรุปหน้าที่ของครูต่อศิษย์ได้ดังนี้

                              1.1.1 ตั้งใจสั่งสอนศิษย์และปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีด้วยความเอาใจใส่

                              1.1.2 อุทิศเวลาของตนให้แก่ศิษย์ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่การงานมิได้

                              1.1.3 ถ่ายทอดวิชาความรู้โดยไม่บิดเบือนและปิดบังอำพราง ไม่นำหรือยอมให้นำผลงานทางวิชาการของตนไปใช้ในทางทุจริตหรือเป็นภัยต่อศิษย์

                              1.1.4 สุภาพเรียบร้อย ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์

                              1.1.5 รักษาความลับของศิษย์

                              1.1.6 ครูต้องรักและเมตตาศิษย์โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือส่งเสริมให้กำลัใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า

                              1.1.7 ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้เกิดแก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

                              1.1.8 ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางการ วาจาและจิตใจ

                              1.1.9 ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์

                              1.1.10 ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้ให้ศิษย์กระทำการใดๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ


1.2 หน้าที่และความรับผิดชอบของครูต่อสถาบันวิชาชีพครูอันได้แก่ ตนเองเพื่อนครูและสถานศึกษา

ในการประกอบวิชาชีพครู โดยทั่วไปจะเป็นการทำงานเป็นทีมในสถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้น ฉะนั้นหน้าที่และความรับผิดชอบของครูจะต้องมีต่อตนเอง และเพื่อนร่วมงานทั้งในระดับผู้บังคับบัญชา และบุคลากรอื่นๆ ในสถานศึกษา ซึ่งอาจจะแยกแยะได้ดังนี้

                               1.2.1 ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูด้วยกันในทางสร้างสรรค์ เช่น การแนะนำแหล่งวิทยาการให้กัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางวิชาชีพซึ่งกันและกัน

                               1.2.2 รักษาความสามัคคีระหว่างครู และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหน้าที่การงาน ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกคิดทำลายกลั่นแกล้งซึ่งกันและกัน เต็มใจช่วยเหลือเมื่อเพื่อนครูขอความช่วยเหลือ เช่น เป็นวิทยากรให้แก่กัน ช่วยงานเวรหรืองานพิเศษซึ่งกันและกัน

                               1.2.3 ไม่แอบอ้างหรือนำผลงานทางวิชาการของเพื่อนครูมาเป็นของตนทั้งยังต้องช่วยเหลือให้เพื่อนครูอื่นๆ ได้สร้างสรรค์งานวิชาการอย่างเต็มความสามารถด้วย

                               1.2.4 ประพฤติตนด้วยความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน และให้เกียรติซึ่งกันและกันไม่ว่าจะสังกัดหน่วยงานใด

                               1.2.5 ปฏิบัติตามระเบียบ และแบบธรรมเนียมอันดีงามของสถานศึกษา ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย และระเบียบแบบแผนของสถานศึกษา

                               1.2.6 รักษาชื่อเสียงของตนไม่ให้ขึ้นชื่อว่าประพฤติชั่ว ไม่กระทำการใดๆ อันอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์และชื่อเสียงของครู

                               1.2.7 ประพฤติตนอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ไม่แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ

                               1.2.8 ครูย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิชาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ

                               1.2.9 ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครูและเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ


1.3 หน้าที่และความรับผิดชอบของครูต่อสังคมอันได้แก่ ผูปกครองนักเรียนและชุมชน

หน้าที่ความรับผิดชอบของครูนั้นย่อมอยู่ที่ศิษย์เป็นเป้าหมายสำคัญ แต่การสร้างเสริมศิษย์นั้นยังมีปัจจัยที่เกี่ยวอย่างอื่นด้วยคือผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน ครูจึงต้องมีหน้าที่และรับผิดชอบต่อสถาบันทั้งสองนั้นด้วยซึ่งอาจแยกแยะ ได้ดังนี้

                                1.3.1 ครูต้องเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

                                1.3.2 ครูต้องยึดมั่นในศาสนาที่ตนนับถือและไม่ดูหมิ่นศาสนาอื่น

                                1.3.3 ครูต้องให้ความร่วมมือกับผู้ปกครองในการอบรมสั่งสอนศิษย์อย่างใกล้ชิดตลอดจนการร่วมแก้ปัญหาของศิษย์ทุกๆด้าน ทั้งด้านการศึกษาเล่าเรียน ความประพฤติ สุภาพพลานามัย ปัญหาทางจิตใจ ฯลฯ

                                1.3.4 ครูต้องให้คำปรึกษาหารือและแนะนำผู้ปกครองในการอบรมเลี้ยงดูเด็กในปกครองอย่างใกล้ชิด ตลอดจนแนะแนวการศึกษาต่อและการเลือกอาชีพของศิษย์

                                1.3.5 ครูต้องรายงานข้อมูลต่างๆ ของศิษย์ให้ผู้ปกครองทราบสม่ำเสมอและถูกต้องไม่บิดเบือน

                                1.3.6 ครูพึงให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ปกครองและชุมชนในทางสร้างสรรค์ตามความเหมาะสม

                                1.3.7 ครูพึงประพฤติเป็นผู้นำในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและศิลปวัฒนธรรมของชุมชน

                                1.3.8 ครูพึงร่วมพัฒนาชุมชนทุกๆด้าน ช่วยให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้ใหม่ๆ ในการดำเนินชีวิตแก่สมาชิกทุกคนในชุมชน

หน้าที่ความรับผิดชอบของครู

ครูและหน้าที่ความรับผิดชอบของครู

             หน้าที่และความรับผิดชอบของครูต่อนักเรียนมีหลายด้าน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ ได้ดังนี้

1. ด้านการสอนและพัฒนาการเรียนรู้

  • วางแผนการสอนให้เหมาะสมกับระดับของนักเรียน
  • ถ่ายทอดความรู้และทักษะให้เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ได้
  • กระตุ้นให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์และกล้าตั้งคำถาม
  • ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้จากประสบการณ์และการปฏิบัติจริง

2. ด้านการดูแลและพัฒนานักเรียน

  • สังเกตและช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนหรือพฤติกรรม
  • ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
  • สนับสนุนให้นักเรียนค้นพบความสามารถและศักยภาพของตนเอง
  • ดูแลให้ความช่วยเหลือนักเรียนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

3. ด้านการส่งเสริมระเบียบวินัยและความประพฤติ

  • เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในด้านพฤติกรรมและการดำเนินชีวิต
  • ส่งเสริมให้นักเรียนมีวินัย เคารพกฎระเบียบ และปฏิบัติตามกติกาสังคม
  • สร้างบรรยากาศในห้องเรียนที่ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีระเบียบ

4. ด้านการให้คำแนะนำและแนะแนว

  • ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเรียน การเลือกสายการศึกษา และอาชีพในอนาคต
  • สนับสนุนให้นักเรียนพัฒนาทักษะชีวิตและความสามารถในการแก้ปัญหา
  • ช่วยนักเรียนให้มีเป้าหมายในการเรียนและพัฒนาตนเอง

5. ด้านความสัมพันธ์และการประสานงาน

  • ทำงานร่วมกับผู้ปกครองเพื่อพัฒนานักเรียนให้ดีที่สุด
  • ร่วมมือกับเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรและสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้
  • มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานและพัฒนาองค์ความรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง

ครูไม่เพียงแต่เป็นผู้สอน แต่ยังเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่ช่วยให้นักเรียนเติบโตอย่างสมบูรณ์ทั้งด้านความรู้ ความคิด และจิตใจ

สิ่งที่ครูควรต้องมี



สิ่งที่ครูต้องมี

การเป็นครูที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ความสามารถในการสอนเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมเพื่อพัฒนานักเรียนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งสิ่งที่ครูต้องมีสามารถแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลักดังนี้


1. ความรู้ (Knowledge)

ครูต้องมีความรู้ที่ลึกซึ้งในวิชาที่สอน รวมถึงมีความรู้รอบตัวในด้านต่าง ๆ เช่น

  • ความรู้ในวิชาการ – มีความเข้าใจในเนื้อหาที่สอนอย่างถ่องแท้ และสามารถอธิบายให้นักเรียนเข้าใจได้
  • ความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาการศึกษา – เข้าใจพัฒนาการของนักเรียนในแต่ละวัย รู้วิธีจูงใจและแก้ปัญหาพฤติกรรมของนักเรียน
  • ความรู้เกี่ยวกับการสอนและเทคนิคการสอน – รู้จักปรับเปลี่ยนวิธีการสอนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการศึกษา – สามารถใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้

2. ทักษะ (Skills)

  • ทักษะการสื่อสาร – สามารถอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย และสื่อสารกับนักเรียน ผู้ปกครอง และเพื่อนร่วมงานได้ดี
  • ทักษะการบริหารชั้นเรียน – ควบคุมชั้นเรียนให้เป็นระเบียบและสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการเรียนรู้
  • ทักษะการแก้ปัญหา – รู้จักจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน เช่น ความขัดแย้ง หรือปัญหาพฤติกรรมของนักเรียน
  • ทักษะการสังเกตและเข้าใจนักเรียน – รู้จักปรับการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน

3. คุณธรรมและจริยธรรม (Ethics & Morality)

  • ความรับผิดชอบ – ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน
  • ความซื่อสัตย์สุจริต – เป็นตัวอย่างของความซื่อสัตย์ ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต
  • ความเมตตาและความอดทน – เข้าใจนักเรียนที่มีปัญหา และพร้อมช่วยเหลือโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  • การมีจรรยาบรรณวิชาชีพครู – ปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณของครู และไม่นำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด

4. ทัศนคติที่ดี (Positive Attitude)

  • รักในอาชีพครู – มีใจรักในการสอน และตั้งใจพัฒนานักเรียนให้ดีที่สุด
  • เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน – เคารพความคิดของนักเรียน และให้โอกาสนักเรียนแสดงความคิดเห็น
  • มีความคิดเชิงบวก – มองโลกในแง่ดี สามารถให้กำลังใจและกระตุ้นให้นักเรียนพัฒนาตนเอง
  • พร้อมพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ – หมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และปรับปรุงการสอนให้ทันสมัย

5. ความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration)

  • เป็นแบบอย่างที่ดี – ไม่เพียงแต่สอนหนังสือ แต่ยังสอนคุณธรรมและการใช้ชีวิต
  • กระตุ้นให้นักเรียนรักการเรียนรู้ – ทำให้นักเรียนเห็นคุณค่าของการศึกษาและอยากพัฒนาตัวเอง
  • สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนมีความฝันและเป้าหมาย – ช่วยให้นักเรียนค้นพบศักยภาพของตนเอง และส่งเสริมให้พวกเขามุ่งมั่นทำตามความฝัน

สรุป

ครูที่ดีต้องมีทั้ง ความรู้ ทักษะ คุณธรรม ทัศนคติที่ดี และความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจ เพราะบทบาทของครูไม่ใช่แค่การถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็นผู้นำทางสติปัญญาและจิตใจของนักเรียนให้เติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคม


ครูที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร



ครูที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร


จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับลักษณะครูดีในประเทศไทยของนักการศึกษาหลายท่าน  ดิเรก  พรสีมา  และคณะ  (2543)  พบว่าครูที่ดีควรมีลักษณะที่จำเป็น 3 ด้าน ดังนี้

1.  ด้านคุณลักษณะ

1.1  ต้องมีความรักและศรัทธาในวิชาชีพครู  และพร้อมที่จะพัฒนาวิชาชีพของตนอยู่เสมอ

1.2  ประพฤติตนเป็นแบบอย่างแก่ผู้เรียนทั้งด้าน  ศีลธรรม  วัฒนธรรม  กิจนิสัย  สุขนิสัย  และอุปนิสัย  มีความเป็นประชาธิปไตย

1.3  ใฝ่หาความรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

1.4  มีความเมตตาแก่ศิษย์  และเห็นคุณค่าของศิษย์

1.5  มีสุขภาพสมบูรณ์

1.6  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทางวิชาการสามารถใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์  เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง  ๆ  ได้

1.7  มีบทบาทในการพัฒนาชุมชน  สามารถเป็นผู้นำชุมชนได้

1.8  ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย  ภาษา  และการวิจัยเพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเอง

1.9  สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นครูแบบใหม่ในระบบสากลได้  คือ  การรู้ในวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น มีความหลากหลายเพื่อตอบสนอง    ผู้เรียนเป็นหลัก  สามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ  และสร้างสรรค์ข้อมูลสะท้อนกลับสู่       ผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นครูที่เข้าหาผู้เรียนและชุมชนได้มากขึ้น


2.  ด้านความรู้ของครู

2.1  ครูต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในวิชาที่สอนอย่างแท้จริง  สามารถเชื่อมโยงทฤษฎีในศาสตร์ความรู้มาสู่การปฏิบัติได้  ทั้งการปฏิบัติในระดับสากลและ

ในระดับท้องถิ่น

2.2  มีความรู้ด้านการวิจัย  วิทยาการคอมพิวเตอร์  และภาษาเพื่อเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้

2.3  มีความรู้เรื่องเทคนิคการสอน  จิตวิทยา  การวัดผลและประเมินผล  และสามารถประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

2.4  รู้ข้อมูลข่าวสารรอบตัว  และเรื่องราวในท้องถิ่น  เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และฝึกผู้เรียนคิดวิเคราะห์วิจารณ์ได้


3.  ด้านการถ่ายทอดของครู

3.1  สามารถประยุกต์ใช้เทคนิคการสอนต่าง  ๆ  เพื่อจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่น่าสนใจ  ทำให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาวิชาที่เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้

นั้นสู่การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการเรียนรู้ต่อไปได้

3.2  สามารถอบรมนิสัยให้ผู้เรียนมีศีลธรรม  วัฒนธรรม  กิจนิสัย  สุขนิสัย  และอุปนิสัยรวมทั้งรักในความเป็นประชาธิปไตย  เพื่อเป็นบรรทัดฐาน

ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข

3.3  สามารถพัฒนาให้ผู้เรียนใฝ่รู้  ก้าวทันเทคโนโลยี  ตลอดจนสามารถใช้ภาษาสื่อสารกันได้เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอยู่เสมอ และสามารถ

ใช้เครื่องมือต่าง  ๆ  ในการแสวงหาความรู้และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

3.4  สามารถพัฒนาให้ผู้เรียนมองกว้าง  คิดไกล  และมีวิจารณญาณที่จะวิเคราะห์และเลือกใช้ข่าวสารข้อมูลให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองได้

3.5  พัฒนาผู้เรียนเรียนรู้เรื่องราวต่าง  ๆ  ของชุมชน  สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาชุมชน  และแก้ปัญหาต่าง  ๆ  ในชุมชนได้

สรุปได้ว่าครูดีจะต้องมีคุณลักษณะที่ดีทั้งใจคือมีความศรัทธาในวิชาชีพครู  มีจิตใจเมตตา  มีศีลธรรม  และกายที่ดี  คือมีสุขภาพสมบูรณ์  พัฒนาตัวเองให้ทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนในปัจจุบัน  พร้อมทั้งพัฒนานักเรียนให้รู้และใช้เครื่องมือต่าง  ๆ ในการแสวงหาความรู้ให้ตัวเองได้  ครูต้องเข้าใจชุมชน และเข้าหาชุมชนมากขึ้น  และสามารถให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้พัฒนา  และแก้ปัญหาของชุมชนได้



ความเป็นครู


          ข่าวครูที่ออกมาอย่างต่อเนื่องผ่านโลกโซเชียล ทำให้ใจหาย มันทำให้ครู หรือคนที่ประกอบอาชีพครู สอนหนังสือนักเรียน มองหน้านักเรียน มองหน้าเด็ก หรือสังคมได้ไม่สนิทนัก  วันนี้ จึงอยากจะรวบรวมบทความ ที่เกี่ยวกับครู หรือเขียนเนื้อหาที่เกี่ยวกับครู เพื่อให้กำลังใจครู และเตือนใจครูว่า อย่างไร แบบไหน คือครู

คุณลักษณะครูที่ดี

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชซึ่งพระราชทานแก่ครูอาวุโส  ประจำปีพุทธศักราช  2522  เมื่อวันอังคารที่  28  ตุลาคม  พ.ศ.2523  (สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา,  2541)  มีข้อความเกี่ยวข้องกับลักษณะครูที่ดีตอนหนึ่งว่า 

ครูที่แท้จริงนั้นต้องเป็นผู้ที่กระทำแต่ความดี  คือ 

- ต้องหมั่นขยันอุตสาหะพากเพียร

- ต้อง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และ เสียสละ 

- ต้องหนักแน่น  อดทน  อดกลั้น

- ต้องรักษาวินัย สำรวม ระวังความประพฤติของตนให้อยู่ในระเบียบแบบแผนที่ดีงาม 

- ต้องปลีกตัวปลีกใจออกจากความสบาย  และความสนุกสนานร่าเริงที่ไม่ควรแก่เกียรติภูมิของตน

- ต้องตั้งใจให้มั่นคงและแน่วแน่ 

- ต้องรักษาความซื่อสัตย์  รักษาความจริงใจ 

- ต้องมีเมตตา  และหวังดี 

- ต้องวางใจเป็นกลาง  ไม่ปล่อยไปตามอำนาจอคติ 

- ต้องมั่นอบรมปัญญาให้เพิ่มพูนสมบูรณ์ขึ้นทั้งในด้านวิทยาการ  และความฉลาดรอบรู้ให้เหตุและผล


คุณลักษณะที่ดีของครู  หมายถึง เครื่องหมายหรือสิ่งที่ชี้ให้เห็นความดี  หรือลักษณะที่ดีของครูและเป็นลักษณะที่ต้องการของสังคม

ลักษณะครูที่ดี ควรมีความรักและความเมตตาต่อศิษย์ มีความเสียสละ หมั่นเพียรศึกษา ปรับปรุงวิธีการสอน เพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ต้องมีความ

เข้าใจและเอาใจใส่ตัวศิษย์ทุกคนเป็นกำลังใจและช่วยสร้างแรงบัลดาลใจให้กับศิษย์เพื่อให้เขาเป็นคนใฝ่เรียนรู้ เป็นแบบอย่างที่ดีมีจรรยาบรรณในวิชาชีพครู

มีจิตวิญญาณของความเป็นครู สามารถถ่ายทอดความรู้ได้เป็นอย่างดี  มีวิธีการสอนที่หลากหลาย มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความยุติธรรม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมถึงยอมรับและเข้าใจความแตกต่างของเด็กแต่ละคนด้วย

ทุกคนมีปัญหา ทุกครอบครัว มีปัญหา แต่ปัญหาส่วนตัว ก็ควรเป็นเรื่องส่วนตัว คนที่เป็นครู รู้เสมอว่าตัวเองเป็นครู และถูกอบรมเสมอว่า ต้องไม่เอาปัญหาครอบครัวของตนเอง มาให้นักเรียนได้รับทราบ หรือมาระบายลงที่เด็กทุกกรณี

โปรดยับยั่งชั่งใจ และดูแลเด็กให้สมกับที่เด็กไว้วางใจท่าน ผู้ปกครองยอมยกหัวใจทั้งดวงฝากไว้ให้ท่านดูแล แล้วท่าน จะทำลายความไว้วางใจนั้นลงได้หรือ